วิธีเรียนรู้ใจคนจากการแสดง5 นาทีในการอ่าน

How Acting Teaches Us About Other People

ในชีวิตของคนเรา ไม่ว่าจะสวมบทบาทอะไรอยู่ก็ตาม ต่างมีเรื่องจำเป็นให้ต้องติดต่อหรือร่วมงานกับผู้อื่นทั้งสิ้น การเข้าใจความต้องการและรู้ว่าสิ่งใดช่วยสร้างแรงกระตุ้นให้ผู้คนจดจำจึงเป็นเรื่องสำคัญ อย่างเช่น หากเราเป็นพนักงานขายหรือนักการตลาด เราอาจต้องรู้และเข้าใจในสิ่งที่ลูกค้ากำลังคิดและสิ่งที่พวกเขาอาจจะโต้ตอบต่อคำพูด ถ้อยคำหรือข้อเสนอของเราอย่างไรบ้าง

อีกหนึ่งตัวอย่างคือ ในด้านการแสดง ซึ่งนักแสดงจะต้องเข้าถึงผู้ชมด้วยการถ่ายทอดอารมณ์ได้ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม ไม่เฉพาะนักแสดงที่ต้องมีทักษะในการตีโจทย์ทางอารมณ์ ทว่า นักเขียนและผู้กำกับยังต้องแน่ใจว่าผลงานของพวกเขาแสดงให้เห็นคุณค่าทางอารมณ์ด้วยการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ หรือ “Human Touch” ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงความรู้สึกเดียวกันกับตัวละครได้

นี่คือ ที่มาของบทบาทในฐานะโค้ชการแสดง ครูเงาะ รสสุคนธ์ ผู้ที่ได้รับการยอมรับในความสามารถอย่างกว้างขวาง ซึ่งจะมาพูดคุยกับเราในด้านการแสดงและประโยชน์ของการรู้และเข้าใจคนว่ามีอะไรบ้าง

เรียนรู้และเข้าใจ ใจเขาใจเรา

ครูเงาะบอกกับเราว่า หนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดที่ต้องเผชิญคือ เมื่อนักเขียน โปรดิวเซอร์ หรือนักแสดงไม่เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ บุคคลเหล่านี้มักจะมีชีวิตที่ราบรื่นและไม่เคยตกอยู่ในสภาวะที่อาจกำลังต่อสู้และดิ้นรนเหมือนเช่นชีวิตใครบางคน อันส่งผลให้ผู้ชมไม่สามารถเข้าถึงอารมณ์ของตัวละครและสถานการณ์นั้นได้ จนในที่สุดทำให้ผู้ชมสร้างกำแพงทางจิตใจและตัดขาดจากตัวละคร

ครูเงาะบอกเราว่า มีหลายคนเชื่อว่า การแสดงคือ การสวมหน้ากาก ในทางกลับกัน นี่คือการถอดหน้ากากออกจากบทบาทที่คุณกำลังสวมอยู่ต่างหาก

นักแสดงต้องรู้จักทดสอบความสามารถทางการแสดงของตนเองและการสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเอง รวมทั้งการยอมรับในพฤติกรรมเพื่อปฏิบัติตนให้มีความซื่อสัตย์ ซึ่งถ้าหากทำได้ นักแสดงก็จะได้เรียนรู้และเข้าใจทั้งตนเองและผู้อื่นได้ดีมากยิ่งขึ้น นักแสดงไม่จำเป็นต้องเสแสร้งเป็นคนอื่นมากนักในขณะแสดงบทบาทตามตัวละคร แต่ควรรู้จักการถ่ายทอดความรู้สึกและเรื่องราวในสถานการณ์ต่างๆ ของตัวละครได้สมบทบาท นี่ถือเป็นการเรียนรู้วิธีการเข้าใจผู้คนได้ดี

เราสามารถนำทักษะที่เรียนรู้ได้จากการแสดงไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้หลากหลายวิธี ได้แก่:

การมองต่างมุม

การแสดงกระตุ้นให้เรามองลึกเข้าไปในชีวิตและประสบการณ์ของผู้อื่น ซึ่งช่วยให้รู้ว่า มีผู้คนอีกมากมายที่มีชีวิตที่แตกต่างจากเรามาก รวมถึงประสบการณ์ของพวกเขาเหล่านั้นยังให้มุมมองที่แตกต่างจากตัวเราเช่นกัน การแสดงที่สมบทบาทช่วยให้เรามองเห็นโลกผ่านสายตาคนอื่น และช่วยให้เราเข้าใจว่า ทำไมพวกเขาถึงมีความคิดที่ต่างจากเราในบางเรื่องและแตกต่างอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ ไม่ว่านักแสดงจะสวมบทบาทใดก็ตาม นักแสดงจะต้อง "ถอดบทบาท" นั้นลงหลังจบการแสดง ในขณะที่งานวิจัยชี้ยังให้เห็นว่า สมองมีพฤติกรรมที่แตกต่าง เมื่อผู้คนกำลังสวมบทบาทตามการแสดง

การมีมุมมองที่แตกต่างกันถือว่าเป็นเรื่องดีและมีประโยชน์มากในชีวิตจริงบางสถานการณ์ เช่น การปิดการขายหรือการเจรจากับลูกค้า ซึ่งมุมมองที่ต่างออกไปอาจช่วยลดความขัดแย้งและสานสัมพันธ์ให้มีความสุขมากขึ้นสำหรับทุกฝ่ายก็เป็นได้

การรับฟัง

ผู้คนมากมายต่างรู้สึกผิดที่ไม่ได้รับฟังในสิ่งที่อีกคนกำลังพูด อันที่จริง อาจกลายเป็นเรื่องง่ายหากคนเราปรับความคิดอคติในสิ่งที่อีกคนอยากจะพูด อยากจะคิด และอยากจะทำ โดยนักแสดงจะได้รับการฝึกฝนเรื่องการรับฟังเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และเข้าใจผู้คนอย่างใกล้ชิดมากขึ้น รวมทั้งการเรียนรู้เพื่อสังเกตกิริยาท่าทางและพฤติกรรมชี้นำที่อาจบ่งบอกถึงสภาวะทางอารมณ์ของคนๆ นั้นด้วย

การรับฟังอย่างตั้งใจจะช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสารของคนเราได้ดี อีกทั้ง การอ่านภาษากายยังช่วยให้นักแสดงเข้าใจผู้คนได้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มความสามารถในการสื่อสารกับผู้อื่น ทักษะการสื่อสารที่ดีจะช่วยพัฒนาชีวิตของมนุษย์เราในหลายๆ ด้าน รวมถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวและอาชีพ ในขณะเดียวกัน ทักษะในการแก้ปัญหาก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ความมั่นใจ

การอยู่บนเวทีและต้องแสดงต่อหน้าผู้คนอาจทำให้รู้สึกประหม่า ซึ่งสำหรับหลายๆ คน แม้เพียงแค่ความคิดที่จะทำเช่นนี้ก็อาจทำให้รู้สึกกังวลใจแล้ว อย่างไรก็ตาม ยิ่งเรามีความคุ้นเคยกับการอยู่ต่อหน้าผู้ชมมากเท่าใด จะยิ่งเคยชินกับเรื่องนี้มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งทำให้ความมั่นใจในตนเองค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น โดยแม้แต่คนที่ขี้อายก็จะเริ่มกล้ามากขึ้นในที่สุด

ความมั่นใจไม่เพียงแต่ให้ประโยชน์ต่อนักแสดงเท่านั้น แต่ยังสร้างประโยชน์ในชีวิตด้านอื่นๆ อีกด้วย การสร้างความมั่นใจทางสังคมจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้คนจำนวนมาก รวมถึงช่วยสร้างโอกาสทางอาชีพที่เกือบพลาดโอกาสไป แต่ทั้งนี้ การสร้างความมั่นใจต้องให้มีควบคู่ไปกับความอ่อนน้อมถ่อมตนก็จะช่วยให้เราประสบกับความสำเร็จได้

การปรับตัว

นักแสดงต้องมีความยืดหยุ่น ซึ่งไม่เพียงจะต้องเปลี่ยนบทบาทเป็นตัวละครใหม่ได้เท่านั้น แต่ยังต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์แบบเรียลไทม์อย่างที่ได้เรียนรู้และพัฒนามาได้อีกด้วย นักแสดงจะต้องคิดให้เร็ว แสดงสดได้แม้ไม่ได้เตรียมมาล่วงหน้า หรือควรปรับให้เข้ากับคำติชมได้อยู่เสมอๆ ทักษะเหล่านี้จำเป็นต้องฝึกฝนมาอย่างดีซึ่งการแสดงก็เปิดโอกาสให้เราได้ฝึกฝน
การปรับตัวเป็นประโยชน์อย่างมากต่อชีวิตของเราในด้านต่างๆ อย่างเช่น เมื่องานบางอย่างไม่เป็นไปตามแผน ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตระหนกและไม่แน่ใจว่าต้องทำอย่างไร นักแสดงสามารถนำทักษะการปรับตัวนี้ไปใช้เพื่อให้ทุกอย่างดำเนินได้อย่างราบรื่นมากที่สุด

สรุป

ทักษะการแสดงส่วนใหญ่ได้รับการพัฒนามายาวนานหลายปี ซึ่งไม่เพียงก่อให้เกิดประโยชน์ด้านดีบนเวทีแสดงเท่านั้น แต่เป็นทักษะที่นักแสดงได้เรียนรู้เพื่อสร้างประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ของชีวิต รวมถึงช่วยสานสัมพันธ์ส่วนตัวและในการงานอาชีพได้ แม้ว่าบทเรียนการแสดงจะไม่ช่วยนำคุณไปโลดเล่นในฮอลลีวูดหรือบนจอทีวี แต่อย่างน้อยจะได้รู้วิธีสร้างความเข้าใจและการรู้จักเข้าใจคนเพื่อช่วยให้เราประสบความสำเร็จในชีวิตได้

จดหมายข่าว

สร้างสรรค์ชีวิตที่ดีเยี่ยมของคุณ

รับข่าวสารทางอีเมล รับชมสิ่งที่น่าสนใจมากขึ้น

  • ดีมากดีพอใช้แย่แย่มาก
    ความประทับใจทั่วไป
    ความคิด/แนวคิด
    เนื้อหาเชิงข้อมูล
    การดึงดูดสายตา
    ระดับของนวัตกรรม
  • ไม่มีแนวโน้มเลยมีแนวโน้มอย่างยิ่ง
  • นั่นอาจรวมถึงการตัดองค์ประกอบออกจากหรือเพิ่มองค์ประกอบในวิดีโอ กลุ่มเป้าหมายหลักของเราคืออายุ 18 - 30 ปีซึ่งอยู่ในช่วงศึกษาต่อหรือเริ่มต้นทำงาน