Becoming a Music Director Script5 นาทีในการอ่าน

Neung Jakkawal Music Director Script

ดนตรีเป็นภาษาสากลครับ ภาษาดนตรีของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน. ส่วนภาษาดนตรีของผมไม่มีหลักเกณฑ์ตายตัว. ทุกเพลงที่ผมทำ ผมทำเพลงจากความรู้สึก ความเข้าใจ และทำจากจินตนาการของตัวเองและประสบการณ์ของตัวเองที่ผ่านมาครับ.

The Secrets to Becoming a Master Director of Music

สวัสดีครับ ผม หนึ่ง จักรวาล
นักเปียโน Commentator และ Music Director ครับ

หนึ่ง จักรวาล - มิวสิคไดเรกเตอร์

 

หน้าที่ของมิวสิคไดเรกเตอร์

หลายๆ ท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าตำแหน่ง Music Director ต้องทำอะไรบ้าง. ตำแหน่ง Music Director ครับ เราต้องมองภาพรวมทั้งหมดของคอนเสิร์ต และของงานนั้นๆตั้งแต่ต้นจนจบ. ตั้งแต่วิธีการเลือกเพลง การวางตำแหน่งของเพลง การเรียบเรียงเพลงของแต่ละเพลงเพื่อให้มีความน่าสนใจและความประทับใจของผู้ชมผู้ฟังทุกๆ ท่าน.

วันนี้ผมจะมาแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับการเป็น Music Director และมาแนะนำการสร้างผลงานให้โดดเด่น และมีเอกลักษณ์ให้กับผู้ที่สนใจทางด้านดนตรีครับ.

จุดเริ่มต้นของการเล่นดนตรี

ตอนผมเริ่มเล่นดนตรีผมไม่มีเงินเรียนดนตรีด้วยซ้ำไป. ผมเรียนดนตรีจากคุณพ่อครับ.คุณพ่อคือครูคนแรกที่สอน. คุณพ่อสอนผมโดยการที่ท่านร้องเพลงให้ฟัง. พ่อร้องเพลงปุ๊บ พ่อบอกว่าเนี่ยแหละ คือเสียงดนตรีลองตีจังหวะตามที่พ่อร้องสิ. ผมใช้กระป๋อง กระป๋องน้ำ ใช้ตะกร้าผ้า จาน ชาม ที่เราใช้ทานข้าวกันอยู่ทุกวันนี้ วางเรียงกัน แล้วก็ตีให้มันเป็นเสียง.

และพ่อจะสอนว่าจังหวะนี้ ตีแบบนี้นะลูก บีกินตีแบบนี้ สามช่าตีแบบนี้ โบเลโรตีแบบนี้. มันคือจังหวะของคนลูกทุ่งครับ. นี่แหละคือวิธีการเรียนของผม. ผมเรียนแบบนี้ทุกวันและทั้งวัน เพราะบ้านผมไม่มีของเล่น เพราะหน้าบ้านเป็นสลัม ข้างหลังบ้านเป็นคลอง.

ดนตรีคือชีวิต

หลังจากผมเล่นดนตรีได้ พ่อก็ได้เริ่มตั้งวงดนตรีลูกทุ่งเล็กๆ ให้กับผม. ตอนนั้นมีแค่สามชิ้น คือ กลอง เบส และออร์แกน. พ่อตั้งวงนี้เพื่อให้เราไปใช้ประสบการณ์ในการเล่นดนตรีจากงานขึ้นบ้านใหม่บ้าง งานโกนจุกบ้าง งานวัดบ้าง หรืองานวันเกิดของเพื่อนๆ บ้าง.

และชีวิตผมก็หาประสบการณ์ไปเรื่อยๆ ครับ. จนกระทั่งวันหนึ่งมีความคิดอยากสนุก เคยคิดว่าถ้าวันหนึ่งเราได้เล่นเพลง หลายแนวในวันเดียวกัน มันจะเป็นยังไง.

เส้นทางสู่นักดนตรีมืออาชีพ

และในวันที่ผมมีประสบการณ์มากขึ้น จากการเล่นมาทุกรูปแบบ ผมก็เริ่มมีความคิดสร้างสรรค์ เราอยากจะแชร์ประสบการณ์ของเราเนี่ย สู่สายตาประชาชน. เพื่ออยากให้คนดูได้เห็นว่าเพลงที่เราคิดหรือสิ่งที่เราคิดอยู่เนี่ยมันประสบความสำเร็จไหม. ผมเลยคิดที่จะเอาเพลงของแต่ละศิลปิน แต่ละท่านครับ มาเริ่มทำใหม่. เริ่มโคเว่อร์ใหม่จากการเปลี่ยนคอร์ด เปลี่ยนจังหวะ จากเพลงเพลงเดียวกันครับและก็เริ่มมาแชร์ประสบการณ์จากรุ่นพี่ที่อยู่ในวง. บอกพี่ครับ ลองเล่นเพลงนี้เป็นแบบนี้ไหมครับเดี๋ยวผมเขียนคอร์ดให้.

สรุปแล้ววันนั้นมันเป็นสิ่งที่ไม่คาดฝันครับ. ปรากฏว่าคนดูชอบและยอมรับเรา และสิ่งเหล่านี้ครับมันคือปากต่อปาก. จากศิลปินสู่อีกศิลปินหนึ่งว่า ถ้าจะมีวงดนตรีหรือจะทำเพลง ลองส่งให้ หนึ่ง จักรวาล ลองทำดูสิ ว่าจะเป็นแบบไหน.

5 เทคนิค สู่การเป็นมิวสิคไดเร็คเตอร์ที่ดี

และวันนี้ผมจะมาแชร์เทคนิค 5 ข้อ ที่จะทำให้คุณกลายมาเป็น Music Director ที่ดีในอนาคต.

ให้ความสำคัญกับทักษะการฟัง

ข้อ 1 ทักษะการฟังเป็นสิ่งสำคัญ. ถ้าเราซ้อมเยอะแต่เราขาดการฟัง เราจะไม่มีจินตนาการหรือไม่มีไอเดียในการคิดงานหรือทำงานเลย. ยกตัวอย่างจากเครื่องดนตรีที่ผมเล่นตอนเด็กๆ คือ แอคคอเดียน เราจะทราบกันอยแล้วว่าเป็นเครื่องดนตรีสากล ถ้าเราฟังให้เป็นสากล หรือเล่นให้เป็นสากล มันก็จะออกมาเป็นสำเนียงสากล. ยกตัวอย่างนะครับ พอเรานำมาประยุกต์ใช้ในเพลงไทยบ้านเรา สำเนียง วิธีการ จะแตกต่าง. ยกตัวอย่างเช่น ทั้งๆ ที่เป็นเสียงเดียวกันครับ. แอคคอเดียนเหมือนกัน ถ้าเราฟังมาก เราจะจินตนาการได้เยอะมากว่าเครื่องดนตรีที่เราใช้อยู่ เครื่องดนตรีที่เราเล่นอยู่ มันสามารถดัดแปลงไปในทิศทางใดได้บ้าง หรือนำมาใช้กับบทเพลงต่างๆเพลงใดได้บ้าง.

โซโล่เก่ง เกิดจากเบสิคที่ดี

ข้อ 2 ครับ โซโล่เก่ง เกิดจากเบสิคที่ดี. การซ้อมเบสิคที่ดี คือซ้อมให้ช้าๆและซ้อมกับทำนองทุกครั้ง. ยกตัวอย่างเช่นนะครับ ถ้าผมซ้อม ผมจะซ้อมช้ามาก เพื่อดูความคล่องตัวของมือซ้ายและมือขวา เพื่อดูน้ำหนักของทั้งสองมือให้เท่ากัน และสิ่งเหล่านี้นะครับเรานำไปโซโล่ได้. ทุกอย่างเกิดจากความคล่องตัว. ทุกอย่างที่ผมเล่นคือเบสิคครับ.

มีจินตนาการในการทำงาน

ข้อ 3 ครับ จินตนาการเป็นสิ่งสำคัญ. เวลาเราทำงานครับ เวลาเราคิดอะไรได้ เราคิดงานได้ มันเป็นช่วงเวลาที่เราต้องอยู่คนเดียว. เราต้องทำงานคนเดียว. อยู่กับสตูดิโอ เราไม่สามารถให้ใครหรือนักดนตรีท่านอื่นที่เราอยากได้ยินเสียงนั้นมาอยู่กับเราได้ตลอดเวลา.

สมมติว่าเราต้องทำเพลงเกี่ยวกับการประสานเสียง สกอร์ภาพยนตร์ สกอร์ซีรีส์ คุณต้องคิดได้ว่าส่วนใหญ่ เพลงเหล่านี้จะใช้เครื่องสายเป็นส่วนประกอบโดยส่วนมาก. คุณต้องจินตนาการให้ได้ว่าสิ่งที่อยู่ข้างหน้าคุณนี้ คือวงออร์เคสตร้า.

จะสังเกตเห็นไหมครับว่าการจินตนาการถึงเสียงสตริงหรือออร์เคสตร้า คุณต้องบาลานซ์ซาวด์ ท้ังมือ และความรู้สึกของตัวเองให้ได้ว่าเราจะทำเพลงนี้ในรูปแบบไหน.

สามารถดึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลปิน

ข้อ 4 ครับ เพลงแต่ละเพลงและศิลปินแต่ละท่าน จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนกัน

เราจะแชร์ประสบการณ์กันระหว่าง Music Director และศิลปิน เพื่อให้ไปในทิศทางเดียวกัน
- เดี๋ยวเรามาลองทำเพลงนี้ในแบบลูกทุ่ง
- ได้ครับ

แต่พี่อยากให้เริ่มต้นที่ลิเก
ให้เราเลือกท่อนท่อนหนึ่ง มาขึ้นเป็นลิเกก่อน
ลองดูครับ

♪ เธอคือคนนั้น คือคนที่ฉันเฝ้ารอ ♪

สิ่งที่หลายๆ ท่านอาจจะไม่ทราบ เมื่อเราเห็นศิลปินท่านนี้ เราทำอัลบั้ม เราทำแนวนี้ ทุกคนติดตาม. แต่เวลาทำคอนเสิร์ต เราสังเกตเห็นไหมครับว่าแต่ละท่านจะมีไม้เด็ดออกมา เพื่อให้แฟนเพลงได้เห็นว่า เขานั้นมีความสามารถมากกว่าที่เราเห็น. ในยูทูบ หรือใน CD ที่เราฟัง นี่คือการเรียนรู้ศิลปินครับ.

รู้จักบาลานซ์ 'จังหวะ' ของคนในวง

และข้อ 5 ข้อสุดท้ายครับ สิ่งที่ Music Director ทุกคนควรมี นั่นคือ การรู้จังหวะ. รู้จังหวะว่าใครสมควรโชว์ เช่น เพลงนี้อยากให้ไวโอลินโซโล่ เราต้องนำเสนอว่า ทุกเครื่องอื่นต้องเบาลง หรือแม้กระทั่งนักร้องก็จะมอง Music Director ว่าท่อนตรงนี้เราอยากจะเพิ่มท่อนไหม อยากให้ท่อนนี้เหลือแต่เปียโนกับร้อง.

เพราะฉะนั้นเราจะสื่อสารกันในวง. เราจะแชร์ความสามารถ เราจะไม่แย่งกันเก่ง เราจะไม่แย่งกันโซโล่.

เพราะฉะนั้นคือหน้าที่สำคัญของ Music Director ที่ต้องคอยดู คอยบาลานซ์วงเพื่อให้เพลงดำเนินไปได้ด้วยดีครับ. และนี่คือ Music Director ที่ดีในมุมมองของผมครับ.

สำหรับผมนะครับ การเล่นดนตรีให้ตัวเองดูเก่งเป็นเรื่องง่าย. แต่คุณทำยังไงให้เล่นแล้ว ให้วงดูเก่ง. เล่นแล้ว ให้นักร้องดูเก่ง เล่นแล้วให้คนดูชอบ. สิ่งนี้ละครับ คือสิ่งที่ยากมาก

ซี ไอ ทอล์ค
ปลุกแรงบันดาลใจให้ลงมือทำ
ใน ซี ไอ ทอล์ค

จดหมายข่าว

สร้างสรรค์ชีวิตที่ดีเยี่ยมของคุณ

รับข่าวสารทางอีเมล รับชมสิ่งที่น่าสนใจมากขึ้น

  • ดีมากดีพอใช้แย่แย่มาก
    ความประทับใจทั่วไป
    ความคิด/แนวคิด
    เนื้อหาเชิงข้อมูล
    การดึงดูดสายตา
    ระดับของนวัตกรรม
  • ไม่มีแนวโน้มเลยมีแนวโน้มอย่างยิ่ง
  • นั่นอาจรวมถึงการตัดองค์ประกอบออกจากหรือเพิ่มองค์ประกอบในวิดีโอ กลุ่มเป้าหมายหลักของเราคืออายุ 18 - 30 ปีซึ่งอยู่ในช่วงศึกษาต่อหรือเริ่มต้นทำงาน