การเอาชนะความกลัวการล้มเหลว12 นาทีในการอ่าน

การเอาชนะความกลัวการล้มเหลว

ในฐานะมนุษย์ คนเราส่วนใหญ่มีศักยภาพมหาศาลที่จะประสบความสำเร็จในสาขาที่เราเลือก ช่างเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ความกลัวการล้มเหลวเป็นอุปสรรคต่อผู้คนมากมายในการบรรลุศักยภาพและประสบความสำเร็จได้ การทำความเข้าใจและเอาชนะความกลัวที่จะล้มเหลวเป็นกุญแจสำคัญหากเราต้องการเป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด ในการพูดคุยใหม่ที่สร้างแรงบันดาลใจในหัวข้อนี้ ฟ้าใส - เจนนิเฟอร์ ปวีณสุดา แซ่ตัน-ดรูอิ้น ผู้ร่วมก่อตั้ง CI Talks และมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 จะมาบอกเล่าแบบเจาะลึกจากเส้นทางของเธอเองด้วยการเอาชนะความกลัวการล้มเหลว

เส้นทางของฟ้าใส

ในวิดีโอการพูดคุยครั้งแรกของ CI Talks ฟ้าใสแบ่งปันเรื่องราวแรงบันดาลใจของตัวเองเกี่ยวกับการเติบโตส่วนบุคคลและทางอาชีพ ในวิดีโอนักธุรกิจหญิงมากความสามารถแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับความกลัวการล้มเหลวในชีวิตจริงของตัวเองอย่างกล้าหาญ และมอบคำแนะนำ 5 ขั้นตอนที่เป็นประโยชน์ ซึ่งสามารถช่วยให้ผู้อื่นเข้าใจและแก้ไขความกลัวของตนเอง

ตามที่ฟ้าใสกล่าว "หลังจากพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าท่าเดียวเพื่อลงเอยที่ความล้มเหลวซ้ำ ฯ ฉันก็บอกตัวเองว่า 'พอแล้ว ชีวิตมีอะไรมากกว่าการเป็นนางงาม ฉันควรลองทำอะไรใหม่ ๆ กับอาชีพที่แตกต่างออกไป' แต่ก็มีความกลัวอยู่ในใจเสมอ ฉันทุ่มเทเต็มที่ก่อนหน้านี้แล้ว แต่ฉันยังไม่ดีพอที่จะประสบความสำเร็จ คราวนี้จะมีอะไรแตกต่างไปจากเดิมบ้าง? ฉันกลัวที่จะคาดหวังสูงและตั้งความหวังไว้สูงสำหรับตัวเองแล้วก็จบลงด้วยความล้มเหลวอีกครั้ง แล้วฉันเอาชนะความกลัวการล้มเหลวนี้ได้อย่างไร"

ด้วยคำแนะนำที่เปี่ยมคุณค่าจากฟ้าใส คุณสามารถเอาชนะอุปสรรคใด ๆ เพื่อสุขภาวะทางจิตวิญญาณและความสำเร็จในอาชีพการงานของคุณ ตลอดจนการเป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด

คำแนะนำ 5 ขั้นตอนในการเอาชนะความกลัวการล้มเหลว

มาดูคำแนะนำของฟ้าใสกัน เธอได้วางเส้นทาง 5 ขั้นตอนสู่การบรรลุเป้าหมายโดยไม่ให้ความกลัวมาฉุดรั้งคุณไว้

  1. ขั้นตอนแรกคือการพูดกับตัวเอง
  2. ขอความคิดเห็นจากคนที่อยู่ใกล้ตัวคุณที่สุด
  3. เลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น
  4. อย่ากลัวการล้มเหลว แต่จงหวั่นเกรงต่อความเสียดาย
  5. ประเมินประสบการณ์ของคุณ

หากคุณเคยรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ นี่คือคำแนะนำที่เหมาะกับคุณใน 5 ขั้นตอนง่าย ๆ ของฟ้าใส โดยจะช่วยคุณฝ่าฟันอุปสรรคที่ขวางกั้นตนเองและจุดประกายการเติบโตส่วนบุคคลเพื่อสร้างเส้นทางอาชีพที่คุณใฝ่ฝัน

1. ความสำคัญของการพูดกับตัวเอง

การพูดกับตัวเองคือขั้นตอนแรกในเส้นทางสู่การเอาชนะความกลัวและเป็นตัวของตัวเองในแบบที่ดีที่สุด การพูดกับตัวเองเป็นสิ่งที่ดูเหมือนบทสนทนากับตัวเองในใจ ผู้คนจำนวนมากที่ใช้การพูดกับตัวเองมองว่านี่เป็นโอกาสในการพิจารณาตัวเองและพยายามสร้างวิธีสื่อสารกับตัวเองที่ดีต่อสุขภาพและสมดุล การพูดกับตัวเองอาจเป็นแง่ลบหรือแง่บวกก็ได้โดยขึ้นอยู่กับสภาวะจิตใจ และคุณควรจะใช้การพูดกับตัวเองโดยมีเป้าหมายเฉพาะในเชิงบวกและให้กำลังใจ เพราะการพูดกับตัวเองในเชิงลบจะทำให้คุณรู้สึกแย่และตอกย้ำความกลัวในจิตสำนึกและจิตใต้สำนึกของคุณ การพูดกับตัวเองในเชิงบวกสามารถช่วยให้คุณสร้างความนับถือตนเองและพัฒนาความรู้สึกเกี่ยวกับตนเองและจุดประสงค์ให้หนักแน่นขึ้น

"คุณมีระยะเวลาที่คุณพูดกับตัวเอง" ฟ้าใสกล่าว "และคุณรู้ไหม หลังจากคุยกับตัวเองแล้ว มีหลายครั้งที่ฉันรู้ตัว เพราะฉันทำไม่สำเร็จตามเป้าหมาย เพราะฉันล้มเหลวมาก่อน นั่นทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองดีไม่พอ ทำให้ฉันรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่า เหมือนกับว่าฉันไม่เชื่อในตัวเองอีกต่อไป รวมถึงทำให้การเห็นคุณค่าและจุดแข็งของเองเป็นเรื่องยาก"

ความตระหนักของฟ้าใสนำเราไปสู่ขั้นตอนที่ 2 ซึ่งคือพูดคุยกับคนใกล้ตัว

2. สอบถามผู้อื่น

การไตร่ตรองและการตระหนักรู้เกี่ยวกับการพูดกับตัวเองทำให้เราตระหนักได้ว่าจุดแข็งและจุดอ่อนของเราคืออะไร แต่อาจเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจวิธีการใช้ความรู้นี้อย่างดีที่สุด

แม้ว่าการตระหนักรู้และพยายามปรับปรุงการพูดกับตัวเองเป็นก้าวแรกที่ดี แต่บ่อยครั้งก็มีความกลัวและความไม่มั่นใจของตัวเรามาบดบัง "ฉันพบว่าจริง ๆ แล้วเราเป็นนักวิจารณ์ที่แย่ที่สุดของตัวเอง" ฟ้าใสกล่าวในการพูดคุยของเธอ และนี่คือประเด็นสำคัญ ในการแก้ไขปัญหานี้ ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญคือการขอให้คนใกล้ชิดของคุณแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณ งานของคุณ และความล้มเหลวในอดีตของคุณ บางครั้งการรับรู้ของคนที่คุณรักเกี่ยวกับตัวเราและอดีตของเราอาจแตกต่างไปจากที่เรามอง และคนเหล่านั้นช่วยให้เราเห็นความจริงได้อย่างแท้จริง

ฟ้าใสหันไปหาคนที่เธอรักและถามคำถามเกี่ยวกับตัวเธออย่างลึกซึ้งและละเอียด อย่างที่เธอพูด "บางครั้งที่ล้มเหลว คุณจะไม่รู้อีกต่อไปว่าตัวเองเก่งอะไรหรือจุดแข็งของคุณคืออะไร ดังนั้น ฉันจึงพบว่าการถามคนอื่นช่วยให้ฉันค้นพบว่าฉันเป็นใครและจุดแข็งของฉันคืออะไร"

ฟ้าใสได้ตระหนักมากขึ้นหลังจากฝึกพูดกับตัวเอง เปิดใจ รวมถึงเปิดรับความคิดและความรู้สึกจากคนที่เธอรัก ซึ่งนำเราไปสู่ขั้นตอนที่ 3 ในกระบวนการของเธอ

3. เลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น

ฟ้าใสตระหนักว่าเธอต้องหยุดเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ตามที่ธีโอดอร์ รูสเวลต์ เคยกล่าวไว้ว่า "การเปรียบเทียบคือการฉกฉวยความสุข" เมื่อคุณเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น คุณกำลังหมกมุ่นอยู่กับความกลัวและความไม่เชื่อมั่นของตัวเอง โดยมองที่ความสำเร็จของคนอื่นแทนการมุ่งความสนใจที่การเติบโตของคุณเอง

ในการเสวนาของเธอ ฟ้าใสได้ถ่ายทอดประเด็นการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ๆ ของเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ปี 2560 เธอรู้สึกว่าคนอื่นอาจจะดีกว่าตัวเธอเองในบางแง่มุม เช่น ระดับการศึกษาที่สูงกว่า หรือฐานแฟนคลับจำนวนมาก แต่ความตระหนักของฟ้าใสได้สอนเธอว่าการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นนั้นไร้ความหมาย

"คุณต้องหยุดเปรียบเทียบตัวเองกับคนที่คุณคิดว่าดีกว่า เพราะจะทำให้คุณรู้สึกด้อยค่าและสงสัยในตัวเอง" ฟ้าใสกล่าว "ในโลกนี้มีฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น คนเดียว และคุณก็มีเพียงคนเดียวในโลกนี้ ดังนั้นจงหยุดเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น และหยุดพยายามเปลี่ยนตัวเองตามบรรทัดฐาน เพราะความกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเองที่ไม่สมบูรณ์คือสิ่งที่ทำให้คุณโดดเด่นและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนอื่นได้”

เส้นทางสู่ความสมปรารถนาและความสำเร็จของตนเองของแต่ละคนแตกต่างกัน มีพื้นที่ให้ทุกคนได้อยู่ร่วมกัน และความจริงที่ว่าเส้นทางของคุณอาจไม่เหมือนของคนอื่นไม่ได้หมายความว่าคุณมีค่าน้อยลง เราทุกคนเติบโต พัฒนา และบรรลุศักยภาพของตัวเองในแบบที่แตกต่างกันและคนละช่วงชีวิต การอดทนและยึดมั่นในวิถีทางของตนเอง ตลอดจนความเชื่อว่าทุกอย่างจะลงเอยด้วยดีในที่สุดไม่ใช่เรื่องที่ผิดแปลก

4. อย่าหวั่นกลัวการล้มเหลว แต่จงหวั่นเกรงต่อความเสียดาย

บทเรียนสำคัญที่ฟ้าใสมอบให้เราคือ ให้กลัวความเสียดายมากกว่ากลัวความล้มเหลว ในการพูดคุยเธอได้ยกคำกล่าวประจำใจวลีหนึ่งให้ฟังว่า "อย่าให้ความกลัวมาหยุดไม่ให้คุณทำในสิ่งที่ตัวเองรัก" การทำสิ่งใหม่และทำตามสิ่งที่คุณต้องการนั้นน่ากลัว แต่คุณควรกังวลกับการไม่แม้แต่จะพยายามเพราะกลัวความล้มเหลว มากกว่าการพยายามแล้วอาจล้มเหลว เพราะหากพยายามคุณอาจจะประสบความสำเร็จ แต่การไม่พยายามเลยย่อมล้มเหลวเป็นแน่

ฟ้าใสทำให้เราเข้าใจสถานการณ์ของเธอและวิธีที่เธอก้าวผ่านความกลัวในช่วงเวลาที่ยากลำบาก "ในปี 2560 ฉันได้ตำแหน่งรองชนะเลิศในการประกวด และฉันคิดว่าฉันคงไปได้แค่นั้น เพราะฉันพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว ฉันทุ่มสุดตัว แต่ฉันก็ได้แค่อันดับ 3 ฉันเลยตัดสินใจเลิกเพราะฉันเข้าร่วมการประกวดมากมาย และมักได้เพียงตำแหน่งรองชนะเลิศเสมอ" เธอกล่าว

ในการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์มีผู้เข้าประกวดทั้งหมด 873 คน และมีผู้คว้ามงกุฎ 20 คนเท่านั้นจากปี 2543-2562 ฟ้าใสเป็นหนึ่งในผู้ชนะ และเหตุผลก็คือเธอเข้าร่วมการแข่งขันอีกครั้งในปี 2562 และได้รับตำแหน่ง

"บางครั้ง เส้นชัยอาจอยู่ใกล้คุณแค่เอื้อม แต่ถ้าคุณถอดใจยอมแพ้ตอนนี้ คุณจะไม่มีทางรู้เลย" ฟ้าใสกล่าว "ถ้าฉันยอมแพ้ตอนที่ได้เพียงรองชนะเลิศปี 2560 ฉันคงไม่รู้ว่าตัวเองใกล้ถึงฝันแค่ไหน คุณอาจจะ "อยู่ใกล้" มากพอที่จะทำความฝันให้เป็นจริงเพื่อประสบความสำเร็จ แต่ถ้าคุณถอดใจยอมแพ้ตอนนี้ คุณจะไม่มีทางรู้และคุณจะมีชีวิตอยู่ต่อไปด้วยความเสียดาย"

5. ประเมินประสบการณ์ของคุณ

ขั้นสุดท้ายในแผน 5 ขั้นตอนของฟ้าใส สำหรับการเอาชนะความกลัวที่จะล้มเหลวคือการประเมินประสบการณ์ของคุณ นี่เป็นโอกาสให้คุณได้พิจารณางานที่คุณทำและประเมินตนเองอย่างตรงไปตรงมา

สำหรับฟ้าใส นี่เป็นขั้นตอนสำคัญในการพัฒนาตนเอง "ครั้งสุดท้ายฉันถามตัวเองเสมอว่าฉันทุ่มสุดตัวแล้วหรือยัง? ถ้าคำตอบคือไม่ ฉันก็จะถามตัวเองว่า มีอะไรที่ฉันคิดว่าทำให้ดีขึ้นได้บ้าง? ฉันจะปรับปรุงอะไรได้บ้าง? และฉันทำอะไรได้บ้างเพื่อให้ในครั้งต่อไปฉันประสบความสำเร็จได้" เธอกล่าว

แม้ว่าการใช้เวลาทบทวนความล้มเหลวของคุณอาจเป็นเรื่องเจ็บปวดและทำร้ายจิตใจ แต่ก็เป็นขั้นตอนสำคัญในการพัฒนาตนเองและเตรียมพร้อมสำหรับความสำเร็จในอนาคต เมื่อคุณเคยล้มเหลวครั้งหนึ่ง คุณจะได้เรียนรู้บทเรียนครั้งใหญ่จากประสบการณ์นั้น และคุณจะไม่ทำพลาดแบบเดิมอีก

จากการศึกษาวิจัยพบว่า คนที่ประสบความสำเร็จมักเคยล้มเหลวมาก่อน บุรุษและสตรีที่มีชื่อเสียงและเป็นแรงบันดาลใจหลายคนในแวดวงธุรกิจเคยล้มเหลวครั้งใหญ่ในชีวิตก่อนจะประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติของเส้นทางสู่ความสมปรารถนาของตนเองและการทำให้เป็นจริง

หากคุณกำลังสงสัยว่าตัวเองดีพอหรือเปล่าและมาถูกทางหรือไม่ ฟ้าใสมีคำแนะนำจากผู้รอบรู้มาบอก "ฟ้าใสอยากให้คุณถามตัวเองว่า ‘ทำไมฉันจึงได้มาเริ่มต้นตั้งแต่แรก? นี่คือสิ่งที่ฉันต้องการทำจริง ๆ หรือไม่? ฉันยังต้องการทำต่อไหม?' หากคำตอบคือใช่ ฟ้าใสขอให้คุณให้กำลังใจตัวเองว่า 'ฉันเชื่อในความฝันของฉัน! ฉันทำได้! และจะทำต่อไป!' เปลี่ยนมุมมองของคุณจากเป็นไปไม่ได้ให้เป็น ฉันทำให้เป็นไปได้ และฉันรู้ว่าวันหนึ่งคุณจะประสบความสำเร็จ" ฟ้าใสกล่าว

การทำความเข้าใจความกลัวการล้มเหลว

เมื่อเราได้ฟังข้อคิดดี ๆ เหล่านี้จากฟ้าใสแล้ว ลองมาพินิจพิเคราะห์คำถามทั่วไปบางข้อที่ผู้คนมักเชื่อมโยงกับความกลัวที่จะล้มเหลว และทำความเข้าใจกับจุดนี้มากขึ้น

ต้นตอของความกลัวการล้มเหลวคืออะไร?

อาจมีเหตุผลมากมายว่าทำไมเรากลัวการล้มเหลว และแต่ละคนก็มีความกลัวและความไม่มั่นใจเฉพาะของตัวเอง ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะจัดการกับปัญหาที่ฉุดรั้งตนเองไว้อย่างไร และ 5 ขั้นตอนของฟ้าใสสามารถใช้เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการบรรลุเป้าหมายนี้

ความกลัวการล้มเหลวเป็นโรคกลัวประเภทหนึ่งหรือไม่?

ใช่ สำหรับบางคน ความกลัวการล้มเหลวคือโรคกลัวประเภทหนึ่งที่เรียกว่า โรคกลัวความล้มเหลว และผู้ที่มีอาการนี้มักจะตื่นกลัวเมื่อต้องพยายามบรรลุเป้าหมายหรือความปรารถนาอันแรงกล้าที่ไม่รับประกันว่าจะได้ผลดี

เราจะหลีกเลี่ยงความล้มเหลวได้อย่างไร?

การจะหลีกเลี่ยงความล้มเหลวทุกอย่างในชีวิตเป็นเรื่องยาก เพราะเราไม่สามารถควบคุมทุกอย่างได้ อันที่จริง ความล้มเหลวอาจเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่สำคัญที่ผลักดันคุณไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าในอนาคตได้ เพราะคุณได้เรียนรู้จากความผิดพลาดที่ผ่านมา

ทำไมไม่ลองสิ่งที่แย่กว่าการล้มเหลว?

ความล้มเหลวก็ยังดีกว่าไม่พยายามทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จเลย นั่นเป็นเพราะความกลัวเกินกว่าที่จะพยายามทำบางสิ่งให้สำเร็จกำลังรั้งคุณไว้ในชีวิต หากคุณพยายามแล้วล้มเหลว แสดงว่าคุณได้พยายามทำสิ่งที่ไม่มีใครทำอย่างกล้าหาญ หากคุณล้มเหลว อย่างน้อยคุณก็ได้พยายามเต็มที่แล้ว และบางทีประสบการณ์ของความล้มเหลวนั้นจะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จได้ในภายหลัง

ทำไมเราจึงกลัวการล้มเหลว?

คนส่วนใหญ่กลัวความล้มเหลวอยู่ประมาณหนึ่ง เพราะไม่มีใครต้องการให้เรื่องส่วนตัวหรือธุรกิจเสี่ยงที่จะล้มเหลว เรามักกลัวการสูญเสียเงินและการลงทุน การเสียชื่อเสียง รู้สึกอับอาย… เหตุผลให้กลัวการล้มเหลวนั้นยาว แต่ความล้มเหลวที่แท้จริงน่าจะเป็นถ้าเราถอดใจล้มเลิกด้วยความกลัว และไม่บรรลุศักยภาพในชีวิตเพราะเราไม่กล้าพอที่จะลองและประสบกับความล้มเหลว

ทำไมเราไม่ควรกลัวความล้มเหลว?

ขณะที่คนเราส่วนใหญ่กลัวหรือกังวลเกี่ยวกับความล้มเหลว นี่คือความกลัวที่ฉุดรั้งเราไม่ให้ไปถึงจุดสูงสุดใหม่ ๆ เราไม่ควรกลัวความล้มเหลว เพราะความล้มเหลวสอนเราได้มากมาย และสามารถเป็นก้าวที่สำคัญสู่ความสำเร็จในภายหลัง เราจำเป็นต้องใช้โอกาสและมุ่งมั่นที่จะบรรลุผลสำเร็จ แม้ความเป็นไปได้ที่จะล้มเหลวจะทำให้เรากลัว เพราะนั่นคือวิธีที่เราเติบโต ดังสุภาษิตโบราณว่า "ไม่เข้าถ้ำเสือ ไม่ได้ลูกเสือ"

ฉันจะเอาชนะความกลัวการล้มเหลวได้อย่างไร?

การใช้ 5 ขั้นตอนง่าย ๆ ที่บรรยายไว้ในการพูดคุยของฟ้าใสจะช่วยให้คุณเอาชนะความกลัวที่จะล้มเหลวได้ทุกครั้งเช่นกัน การเปิดรับความคิดเห็นของผู้อื่นและการเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีตผ่านการไตร่ตรองตนเองจะช่วยให้คุณจะเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม และพร้อมที่จะรับมือกับโลกนี้

ความล้มเหลวสอนอะไรเราได้บ้าง?

ความล้มเหลวอาจเป็นขั้นตอนสำคัญในการบรรลุความสำเร็จในภายหลัง เพราะความล้มเหลวสามารถสอนคุณว่าอะไรไม่ได้ผล คุณจะรู้ได้ว่าอะไรใช้ได้ผล นอกจากนี้ยังสามารถให้บทเรียนอันล้ำค่าแก่เราเกี่ยวกับจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง และด้วยการทำความเข้าใจในสิ่งนั้นมากขึ้น คุณจะสามารถพลิกแพลงจุดแข็งและปรับปรุงจุดอ่อนของตัวเอง ซึ่งหมายความว่าคุณมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในครั้งต่อไป

ด้วยข้อมูลเชิงลึกและคำแนะนำที่สำคัญจากฟ้าใส คุณก็สามารถพัฒนาการตระหนักรู้ในตนเอง เข้าถึงศักยภาพของตนเอง และหลุดพ้นจากความกลัวการล้มเหลวที่ฉุดรั้งคุณไว้ ฝ่าฟันความกลัวที่ฉุดรั้งคุณอยู่ ค้นหาพลัง และกลายเป็นตัวคุณในแบบที่ดีที่สุด

จดหมายข่าว

สร้างสรรค์ชีวิตที่ดีเยี่ยมของคุณ

รับข่าวสารทางอีเมล รับชมสิ่งที่น่าสนใจมากขึ้น

  • ดีมากดีพอใช้แย่แย่มาก
    ความประทับใจทั่วไป
    ความคิด/แนวคิด
    เนื้อหาเชิงข้อมูล
    การดึงดูดสายตา
    ระดับของนวัตกรรม
  • ไม่มีแนวโน้มเลยมีแนวโน้มอย่างยิ่ง
  • นั่นอาจรวมถึงการตัดองค์ประกอบออกจากหรือเพิ่มองค์ประกอบในวิดีโอ กลุ่มเป้าหมายหลักของเราคืออายุ 18 - 30 ปีซึ่งอยู่ในช่วงศึกษาต่อหรือเริ่มต้นทำงาน